ดูซีรี่ย์ Over Christmas รักกันวันคริสต์มาส

ดูซีรี่ย์ Over Christmas รักกันวันคริสต์มาส มินิซีรีส์แนวโรแมนติก ดราม่า คอมเมดี้ จากประเทศเยอรมัน 3 ตอน ความยาวไม่เกิน 2 ชั่วโมงจากเน็ตฟลิกซ์ สร้างจากหนังสือในชื่อเดียวกัน ว่าด้วยเรื่องราวคริสต์มาสยุ่ง ๆ ของคนในประเทศเยอรมันที่ไม่สวยงามหรือสดใส แต่เปี่ยมไปด้วยอบอุ่นไอรัก เน็ตฟลิกซ์ได้พาผมไปเจอซีรีส์นอกสายตาอีกเรื่องแล้ว โดยครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผมได้ดูซีรีส์ของประเทศเยอรมัน แต่หลังดูจบ ผมมองว่าทำเป็นหนังมัด 3 ตอนรวมกันก็ยังได้

นำแสดงโดย Luke Mockridge, Seyneb Saleh, Cristina do Rego, Lucas Reiber ซึ่งคนที่ผมเน้นชื่อ เป็นถึงนักเดี่ยวไมโครโฟนชื่อดังของเยอรมันเลยนะ แต่ผมไม่รู้จัก แต่ดูจากกระแสที่ตัวอย่างปล่อยออกมาดูเหมือนจะดังพอควร และเขาต้องมาแสดงนำในซีรีส์เป็นครั้งแรก เขาจะทำออกมาได้ดีเหมือนที่พูดเรื่องตลกเก่งบนเวทีหรือไม่นะ

“บาสเตียน โคลิงเกอร์ อาจจะเป็นคนที่โชคร้ายที่สุดในวันคริสต์มาสนี้ เขาทั้งไม่มั่นใจในตัวเอง ทั้งไม่ได้เป็นนักดนตรีตามที่หวัง เลิกกับแฟนสาว ฟิเนอ เมื่อปีก่อน แถมชีวิตยังไม่เคยเข้าข้างเขาเลยสักนิด จนกระทั่งธรรมเนียมของครอบครัววันคริสต์มาสประจำปีที่บ้านเกิดในหมู่บ้านที่ห่างไกลจากเบอร์ลิน ทำให้เขาหวังว่าชีวิตเขาจะได้พักผ่อนบ้างจากความเจ็บปวดและความเหลวแหลกในชีวิต แต่ดูเหมือนเคราะห์จะซ้ำ กรรมจะซัด เมื่อไปถึงทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามแผนที่คาดการณ์ แถมคนรอบตัวก็ไม่เคยทำให้เขาสบายใจ แต่บางทีมันอาจจะเป็นโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงและเป็นคนใหม่ที่มีความสุขกับครอบครัว รวมถึงรักครั้งใหม่ก็ได้นะ!”

แม้จะปักเรตไว้ที่ 16+ เพราะมีการโชว์เนื้อหนังแบบจัดเต็มมาก ก็ไม่ควรให้เด็กดูตามลำพังนะครับ เอาจริง ๆ ถ้าต้องดูได้กันให้คำแนะนำด้วย เป็นหนังครอบครัว พล็อตเรื่องก็ง่าย ๆ สไตล์คริสต์มาสตัวเองที่ชีวิตไม่ค่อยจะดี ต้องหวนคืนกลับบ้านไปฉลองคริสต์มาส บลา ๆ ๆ แต่ซีรีส์มันดันใส่อะไรที่จับต้องได้มากกว่าหนังเน็ตฟลิกซ์ ไม่ว่าจะเป็นชีวิตเหลวแหลกเพราะตัวเองไม่กล้าพูดในสิ่งที่คิด ครอบครัวที่ไม่ได้สมบูรณ์แบบมีปมเป็นของตัวเอง หรือแม้แต่ความรักที่แม้หน้าหนังจะดูเป็นแบบนั้น แต่จริง ๆ มันเน้นความสัมพันธ์ครอบครัวและการเปลี่ยนแปลงของคนซะมากกว่า แต่ก็ยังมีการเล่นกับความคิดตัวละคร มุกตลกที่จังหวะจะโคนกำลังดี อาจจะไม่ได้ขำก๊าก แต่การตัดภาพในสิ่งที่ตัวละครอยากทำ ถือเป็นเทคนิคที่ได้ล่อหลอกในการเล่าเรื่องเหมือนกัน แม้ว่ามันจะทำให้มีบางช่วงงงอยู่ และการเล่าเรื่องค่อนข้างเป็นธรรมชาติ เหมือนดูว่าตัวละครตัวนี้จะพาเราไปเจออะไรไปด้วยกัน เพราะตัวละครไม่ได้รู้เรื่องทุกอย่าง รู้เท่ากับคนดูเลยทีเดียว แม้บางฉากจะรู้สึกว่าชีวิตมันจะอะไรขนาดนี้กัน แต่เอาจริง เราก็เจอเหตุการณ์ได้แบบตัวละครแหละ แต่เราอาจจะไม่ทันสังเกตก็ได้

ซีรีส์มี 3 ตอน แต่ละตอนจะบ่งบอกถึงปัญหาที่ตัวละครต้องพบเจอ ทั้งพี่ชายผู้เก่งกาจ พ่อที่ดูเป็นคนเย็นชา แม่ที่ดูแฮปปี้กับทุกอย่าง แฟนเก่าอย่างฟิเนอที่โผล่มาทำให้ตัวละครหลักอย่าง บาสเตียนเป็นได้ทำอะไรให้ยุ่ง ๆ ตลอด ใช่ในแต่ละตอนเราจะเห็นบาสเตียนทำตัวขวางโลกไปหมด เขาคิดว่าทุกคนมีชีวิตที่ดีในขณะที่เขามีชีวิตที่ไม่ค่อยจะดี เขาจึงพยายามหาทางที่จะให้ทุกคนยอมรับความจริง ซึ่งในส่วนตรงนี้มองว่ามันรุนแรงไปหน่อย เพราะแม้ว่าจะเป็นความจริง แต่ควรจะมีวิธีการที่ดีกว่านี้ ไม่งั้นมันจะกลายเป็นการเห็นแก่ได้ ทำลายชีวิตคนอื่นไปด้วย การพูดคุยกันด้วยเหตุผล การเปิดใจกัน และการยอมรับตัวเองว่าตัวเองก็มีสิ่งที่ถนัดและทำได้ดีไม้แพ้คนอื่นเลย

ความรักของพระนางคู่นี้เป็นอะไรที่คาดไม่ถึงเหมือนกันในตอนแรก แต่ก็ไม่แปลกใจ เพราะตัวพระเอกบาสเตียนก็ไม่ค่อยกล้าทำอะไร จนกระทั่งเจอคนที่คอยสนับสนุนในสิ่งที่เขารักและกล้าจะทำอะไรไปพร้อม ๆ กัน จากเดิมที่เป็นแค่คนรู้จักก็ค่อย ๆ ได้เรียนรู้ข้อดีข้อเสียของกัน รู้จักครอบครัว รู้จักว่าชอบอะไร ทำให้เห็นว่าพาร์ทความสัมพันธ์ในเรื่องนั้นอาจเริ่มต้นด้วยความฉาบฉวย อยากเอาชนะ จะได้รู้สึกดี แต่ถ้ารู้จักว่าต้องการอะไร มันจะกลายเป็นความรักได้ง่าย ๆ แต่ละฉากก็จะมีการแสดงให้เห็นตัวละครที่มีปฏิสัมพันธ์ที่ต่างก็มีปัญหาของตัวเอง เป็นตัวละครที่มีบทบาทช่วยเสริมตัวละครหลักด้วย เช่น ครอบครัว หรือ เพื่อนฝูงที่ก็เป็นห่วงบาสเตียนเหมือนกัน แต่แค่แสดงออกในแบบที่คิดว่าเหมาะสมจนทำร้ายเขาโดยไม่ตั้งใจ Luke Mockridge นักแสดงนำชูโรงที่แสดงได้เรียบง่ายเป็นธรรมชาติ จังหวะจะโคนคือเป๊ะ การพูดคือไม่ติดภาพที่คิดว่าเดี่ยวไมโครโฟนเป็น แถมยังร้องเพลงเพราะด้วย และนักแสดงก็ต่างทำหน้าที่ได้ดีมาก ๆ อย่าง Cristina do Rego ก็มีเสน่ห์ช่วยให้เรื่องหวานฉ่ำมากขึ้นด้วย โดยเฉพาะฉากร้องเพลงในตอนที่ 3 ที่เป็นจุดที่น่ารักและอบอุ่น ก่อนที่เรื่องแย่ ๆ จะตามมา แล้วมันจะจบดีมั้ย ไปดูกันเอาครับ

ยอมรับว่าเรื่องอาจจะเรื่อย ๆ ไม่ได้ตลกมาก ขำก๊ากเอิ๊กอ๊าก โรแมนติกหวานจ๋า ดราม่าก็ไม่ได้เรียกน้ำตาอะไรขนาดนั้น แต่สิ่งที่เรื่องนี้ทำได้ดีคือการเล่าเรื่องของความรักของครอบครัวและเพื่อนฝูงที่แม้จะอยู่ห่างไกลแค่ไหน ก็ยังรักกันได้ สิ่งที่ทำให้ห่างไกล แท้จริงคือหัวใจของเราที่ปิดกั้นและโทษแต่คนอื่น ซึ่งมันอาจทำให้เราทำอะไรผิดพลาด แต่ถ้าเราเลือกที่จะแก้ไขและปรับปรุงตัว มันก็ไม่มีอะไรสายไป และทุกคนก็พร้อมจะให้อภัยแล้วขับเคลื่อนไปด้วยความรักเช่นกัน มันสามารถเป็นหนังยาวที่เล่าชีวิตและการกระทำของตัวเอกได้ แต่เพราะประเด็นมันถูกแยกออกเป็นสามอย่างมันเลยเป็นแบบนี้ ก็คือว่าทำออกมาได้น่าติดตาม และทำให้เรารักคนใกล้ตัวมากขึ้นเช่นกัน อบอวลไปด้วยบรรยากาศของวันคริสต์มาสในหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่แสนอบอุ้น ยังไม่รวมกับการถ่ายทำที่มีความเป็นภาพยนตร์ มุมกล้องต่าง ๆ ทำออกมาเหมือนหนังอินดี้นอกกระแสดี ๆ เรื่องหนึ่ง ดนตรีประกอบก็กำลังดีไม่มากไป เพลงประกอบที่ร้องโดยนักแสดงนำอย่าง Luke Mockridge ก็เพราะมาก ๆ แม้จะฟังความหมายไม่ออกก็ตาม

ถือว่าเป็นซีรีส์คริสต์มาสที่แปลกใหม่อยู่พอสมควร เพราะมาจากเยอรมัน แต่ถ้าคุณภาพมันคือดีเทียบเท่ากับงานเน็ตฟลิกซ์หลัก ๆ อาจจะมีปัญหาที่การดึงอารมณ์ที่เบาไปหน่อย การตัดต่อที่สะดุด และปมตัวละครที่ไม่ขยี้อารมณ์ทั้งที่เอื้อให้มากแล้ว แต่ก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรพลาด ถ้าคุณเบื่อซีรีส์รักบทซ้ำซาก ลองชมมินิซีรีส์ไม่เกิน 2 ชั่วโมงนี้ น่าจะทำให้คุณมีทัศนคติเกี่ยวกับความรักเปลี่ยนไปก็ได้ เราควรให้ มากกว่ารับ ไม่ใช่แค่ในคริสต์มาสแต่ก็ควรเป็นทุกวัน เปิดดูตอนค่ำ ๆ จะได้อารมณ์มากครับ ประเด็นของเรื่องก็จริง จับต้องได้ ตัวเอกอาจทำให้เรานึกถึงตัวเองในวันที่แย่ แต่ไม่มีอะไรแย่เกินแก้ ถ้ามีเวลาเบา ๆ ก็เปิดดูได้ ไม่เสียเวลาอะไรเลย